• Tue. Sep 28th, 2021

ข่าวล่าสุด ข่าวเด่น ประเด็นร้อน – kolech.org

ข่าวการเมือง, ข่าวในประเทศ, ข่าวต่างประเทศ, ข่าวไอที และอื่นๆ ผลบอล ผลหวย สถานะการ์ณโควิด

ธรรมนัส พรหมเผ่า จัดเตรียมทำพรรคใหม่ หลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมนฤมล ยิ่งสินวัฒน์

Byinfo

Sep 10, 2021

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พระพรหมเผ่า รวมทั้งนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 ก.ย. ช่วงเวลาที่อดีต รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาหัวหน้าศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ตั้ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์โอชะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 9 ไม่.ย. 2562 แล้ว รวมทั้งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 ก.ค. 2562 รวมทั้งประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

เวลานี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า ควรให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมรวมทั้งมีขึ้นประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญที่อาณาจักรไทย จึงทรงพระขอความกรุณาปรานีโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร้อยเอก ธรรมนัส พระพรหมเผ่า รมช.เกษตรรวมทั้งสหกรณ์
2. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศในวันที่ 8 ก.ย. 2564 โดยมีนาชูรัฐมนตรีเป็นคนรับตอบสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร้อยเอก ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่สภานิติบัญญัติ เมื่อเวลา 15.30 น. โดยบอกว่าส่งหนังสือถึง พล.อำเภอ ประยุทธ์ แจ้งยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรรวมทั้งสหกรณ์ ภายหลังขอคำแนะนำครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งใจจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 ก.ย.) แต่ฝ่ายเลขานุการส่วนตนเข้าใจผิด จึงพึ่งจะยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 ก.ย.)

แต่ถึงกระนั้น นายวิษณุ เครือสวย รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ได้จบข้อสงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยบอกว่า เป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เพราะว่าในตัวพระบรมราชวโรงการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า พระเจ้าแผ่นดินคงไว้ซึ่งพระราชอําที่นาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบคําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงเป็นวันที่ระบุในพระบรมราชโองการ นั่นคือ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 ก.ย. 2564

อย่างไรก็แล้วแต่ส่วนตัวพึ่งจะรู้ข่าวสารว่า ร้อยเอก ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำใบลาออก ซึ่งก็ไม่เคยทราบว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการเป็นให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เนื่องจากไม่ได้อยากต้องการ “คอยรับใช้คนไหน”

ในการแถลงข่าวที่สภานิติบัญญัติ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลในการลาออกว่า ตั้งใจดำเนินงานเพื่อชาติ ศาสนา พระเจ้าแผ่นดิน รวมทั้งพี่น้องประชาชน โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดระยะเวลาที่ครอบครองตำแหน่งมา บรรยากาศการจัดการราชการแผ่นดินมิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ จึงอยากกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นเป็นการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“ผมอยากทำการเมืองให้มันอดทน เพื่อชาติ ประเทศจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวรวมทั้งว่า จริงๆคิดมานับเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความเอาใจใส่เยอะที่สุดเป็นสายตาสามัญชน ไม่ใช่คอยรับใช้คนไหน

เขายังฝากถึงสามัญชนทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตกลงใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเดิน ทางการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลประโยชน์ของชาติรวมทั้งพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างเต็มเปี่ยม” พร้อมเอ่ยขออภัยสามัญชนที่ไม่สามารถทำตามอย่างที่สัญญาไว้ได้ หลังจากนี้จะกลับไปขึ้นต้นที่ จ.พะเยา รวมทั้งจังหวัดอื่นๆถ้ากลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง มีบุญบารมีอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะดำเนินงานเพื่อชาติ
ผู้รายงานข่าวถามว่า เหตุผลส่วนหนึ่งส่วนใดที่ทำให้ลาออก เป็นเนื่องจากดำเนินงานกับนายกรัฐมนตรีมิได้แล้วหรือเปล่า ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวยอมรับว่า “คงจะเดินไปในทำนองเดียวกันมิได้”
ร้อยเอก ธรรมนัส พระพรหมเผ่า จับมือทัก พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ลูกพี่ลูกน้อง 3 ป.” นาชูฯ บอกว่ารักกันเสมือนลูกพี่ลูกน้องท้องเดียวกัน ก่อนที่จะมีการสัมมนา ครม. ตอนวันที่ 7 ก.ย. แต่ พล.อำเภอ อนุดงษ์มิได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้เปลี่ยนเป็นอดีตรัฐมนตรีกล่าวเพราะ ได้ปรึกษากับ พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหัวหน้าพรรคพลังประชากรเมือง (พปชราชการ) ตั้งแต่ก่อนลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย. แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ สุดท้ายต้องฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า เนื่องจากตริตรองดูแล้วว่าทางเดินชีวิตของตัวเองทำเพื่อสามัญชน มันต้องเดินไปอีกไกล ด้วยเหตุนี้ตกลงใจเด็ดขาดด้วยตัวเอง

เมื่อถามย้ำว่า แปลว่าหลังคุยรวมทั้งขออภัยนายกรัฐมนตรี แล้ว แปลว่าปัญหาไม่จบใช่หรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ รวมทั้งรู้สึกหนักใจ ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป แสดงว่าเมื่อพูดด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์ กระบวนการดีที่สุดก็คือต้องตกลงใจด้วยตัวเอง

ส่วนความสัมพันธ์กับลูกพี่ลูกน้อง 3 ป. ประกอบด้วย พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อำเภอ อนุดงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รวมทั้ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะพูดถึงเพียงความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรคว่ายังรักเคารพนับถือดังเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 ป. โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกทางเดินแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชราชการ แต่ประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำงานพรรค
นอกเหนือจากสถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังมีหน้าที่ในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชราชการ ทำให้เขาถูกโยนคำถามใส่ว่าจะยังดำเนินงานกับ พปชราชการ ถัดไปหรือเปล่า เกี่ยวกับประเด็นนี้ เขากล่าวว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิเคราะห์กันถัดไป

“ผมอาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มันเป็นสุข ผมย้ายจากบ้านหลังเก่ามา บ้านหลังเดิม ผมก็เป็นสุขอยู่แล้ว บ้านหลังเดิมเป็นบ้านที่พะเยาเป็นสุขดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านหลังใหม่ อาจจะไปก่อสร้างบ้านใหม่” ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าว

ร้อยเอก ธรรมนัสมิได้ตอบคำถามแจ่มแจ้งว่าจะกลับไปบ้านหลังเดิม หรือก่อสร้างบ้านหลังใหม่ อันคือการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร้อยเอก ธรรมนัส ภรรยา รวมทั้งนางนฤมล มักออกเดินสายทำบุญสุนทานร่วมกันในตอนวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านหลังเดิม” ที่ถูกพูดถึง บีบีซีไทยรู้เรื่องว่าเป็นการเปรียบเปรยเป้าหมายถึงพรรคเพื่อไทย เพราะว่าเป็นพรรคการเมืองสุดท้ายที่ ร้อยเอก ธรรมนัสเคยขึ้นอยู่กับรวมทั้งสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่จะการเลือกตั้งคราวนั้นจะเปลี่ยนเป็นโมฆะ รวมทั้งมีการรัฐประหารในเวลาถัดมา จนกระทั่งก่อนที่จะมีการลงคะแนนเสียงปี 2562 ร้อยเอก ธรรมนัสจึงชูแผนกเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชราชการ

แต่ทว่าเมื่อผู้รายงานข่าวถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือเปล่า ร้อยเอก ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบเยอะมาก และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการคุยกันที่ผ่านมา อาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างตระเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้เห็นโฉมหน้าแน่
เขายังประกาศเพราะจะไม่ไปเหยียบที่ทำงาน พปชราชการ อีก “เกลียดชัง ไม่ได้อยากฝืนใจตัวเอง” แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังมิได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า แบบงี้การเลือกตั้งครั้งหลังพรรค พปชราชการ จะไม่แตกเลยหรือ ร้อยเอก ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เนื่องจากใจตนไปแล้ว พูดแล้วนักเลงพอ ทำอะไรแล้วต้องรับผิดชอบ อยู่ไหนก็ได้ ขอให้ใจมันอยู่ ถ้าเกิดใจมันไม่อยู่ คนไหนจะมาบังคับตนก็มิได้

tui3
การลาออกมาจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร้อยเอก ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ หลังเสร็จสิ้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะดังที่กล่าวมาแล้ว ได้เกิดปรากฏการเปลี่ยนแปลงใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนข้างใน พปชราชการ กดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังเสร็จสิ้นศึกซักฟอก รวมทั้งบางทีอาจไปไกลถึงขนาด “สลับตัวนายกรัฐมนตรี” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลต้องออกมาไม่สนใจข่าวยาวนานหลายวันติดต่อกัน ช่วงเวลาที่ร้อยเอก ธรรมนัสกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงดังที่กล่าวมาแล้ว แต่เขาก็ออกมาบอกว่ามีคนภายในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” ประเด็นนี้ขึ้นมา
พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ ครม. เพิ่มเติมคนแทน 2 รัฐมนตรี
ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองที่เกิดสังกัดรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อำเภอ ประยุทธ์ถึงกับถอนใจก่อนตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนขณะ 16.20 น.
นายกรัฐมนตรี ถูกถามเรื่องการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจสอบ รพ.สนามสำหรับคนเจ็บไอซียู ที่ รพ.ปิยะเวท

พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า ได้ยินข่าวเมื่อกี้ว่าลาออก เขาก็เคยพูดอยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถช่วยสามัญชนได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันโดยตลอด เดี๋ยวคงจะเป็นเรื่องของพรรคที่จะไปพบรือกันว่าจะทำอย่างไร แต่รับรองว่างานทุกงานไม่มีสกัดกั้น มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
ผู้รายงานข่าวถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษาบอกว่า นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า “ควรให้รัฐมนตรีบางบุคคลพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมรวมทั้งมีขึ้นประโยชน์แก่ราชการ” พล.อำเภอ ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาละ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “มิได้แจ้งคนไหนทั้งหมด มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” รวมทั้ง “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังเอ๋ยถึงการปรับ ครม. เพราะ ขอดูก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ปรับคนไหน ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนในกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นผลมากมายระแส “ล้มนายกรัฐมนตรี” ในตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่านั้น พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งสิ้นมาจากเธอ (สื่อมวลชน)”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *